ShoutMix chat widget

ตอนที่ 7 :: คำทักทายจากเงามืด...

 

 

 

     ณ ดินแดนอันห่างไกล...

 

 

 

     ที่ราบสูงเขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้า ที่ปลิวไสวไปกับสายลม แสงแดดยามบ่ายสีเหลืองทองส่องสว่าง ท้องฟ้าสีครามสดใส ทิวทัดเหล่านี้กำลังปรากฏต่อสายตาบุรุษรูปหนึ่งกำลังย่างกรายผ่านไปอย่างช้าๆ..

 

 

[ ครืน...!! ]

 

"... ?"

 

 

     ขณะนั้นเอง ประตูมิติสีดำทมิฬก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับแผ่ไอความชั่วร้ายออกมาในรูปของหมอกสีม่วง กระจายไปรอบบริเวณนั้น..  ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยเขียวขจี กลับกลายเป็นสีดำและแห้งเหี่ยวตายไปในที่สุด..

 

 

"... ในที่สุดก็หาตัวท่านพบ ..."

 

 

     หญิงสาวนางหนึ่งเคลื่อนกายออกมาจากประตูมิติที่ปรากฏขึ้น และโค้งคำนับชายหนุ่มอย่างนอบน้อม.. เธอมีใบหน้าเรียวสวย ดวงตาสีเขียวค่อนฟ้า.. เรือนผมสีชมพูอ่อน ที่ใบหน้าของเธอมีของลักษณ์เหมือนกันเขาของปีศาจ และตัวเธอนั้นไม่ได้เหยียบพื้นแม้แต่น้อย เธอลอยตัวอยู่... นั่นบ่งบอกว่าเธอผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน...  ชายหนุ่มสังเกตดังนั้น จึงจ้องเข้าไป นัยน์ตาของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยถามนาง..

 

 

"...เจ้าเป็นใคร..มีธุระอะไรกับข้า..?"

"ไม่มีเหตุผลที่ต้องตอบค่ะ.. สิ่งที่ฉันได้รับมอบหมายมาคือ พาท่านไปพบกับนายท่านของฉัน.. กรุณไปกับฉันแต่โดยดี อย่าขัดขืนเลยค่ะ.."

"หืม.. งั้นข้าเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกับเจ้า.. หลีกทางไปซะ.."

 

 

     ทั้งสองคุยกันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  แต่ในช่วงบทสนทนานั้น เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันที่ต่างฝ่ายต่างกดดันกัน.. โดยที่ต่างฝ่ายดูท่าจะไม่ยอมกันง่ายๆเสียด้วย..

 

 

"...ดิฉันขอเตือนอีกครั้ง.. กรุณาตามดิฉันไปแต่โดยดี มิฉะนั้นดิฉันจะต้องจำเป็นต้องใช้กำลังพาท่านไป.. "

"เจ้าคิดรึว่า เจ้าจะสามารถชนะข้าได้ ? ชนะข้าผู้เป็นถึง [ ราชันย์ดาบ ] นะรึ ?"

"...ดิฉันไม่สามารถเอาชนะท่านได้แน่นอนค่ะ.. แต่ว่า.. ถ้าฉันทำงานนี้ไม่สำเร็จ ชีวิตของดิฉันก็ต้องดับสูญเช่นกันค่ะ.."

 

"..."

 

 

     คำพูดของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง... แน่นอนจากที่เขามีประสบการณ์การต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนจึงสามารถประเมิน ฝีมือของอีกฝ่ายได้จากรูปลักษณ์และคลื่นพลังที่บางคนเท่านั้นถึงจับได้.. เขาสามารถเอาชนะเธอได้ไม่ยาก.. แน่นอนว่าเธอก็รู้ดี แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังจะดันทุรังต่อสู้ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางชนะอย่างนั้นหรือ ?

 

 

 

"...ก็ย่อมได้ ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนั้นข้าจะยอมตามเจ้าไปก็ได้.."

"ขอบคุณมากค่ะ.. ถ้าเช่นนั้น เชิญค่ะ.."

"..."

 

 

     ชายหนุ่มตกลงจะทำตามที่หญิงสาวขอแต่โดยดี.. เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจคือ "นายท่าน" ของหญิงสาวคนนี้ เหตุใดจึงต้องการพบกับเขา และยิ่งไปกว่านั้น แค่ต้องการที่จะพบกับเขา ถึงต้องใช้ชีวิตของหญิงสาวปีศาจผู้นี้เป็นเดิมพันด้วย..และอีกประการหนึ่งเขากำลัง ‘เบื่อ’ อยู่พอดี....  หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นจึงโค้งคำนับอีกครั้ง พร้อมกับหลีกทางให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปในประตูมิติที่อยู่ด้านหลังหญิงสาว..  

 

 

 

ณ ???? ???? ???

 

 

     ห้องโถงห้องใหญ่ประดับด้วยเฟอนิเจอร์หรูหราหลากหลายชนิด.. แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ล้วนแต่เป็นสีดำทั้งสิ้นทั้งผ้าม่าน พรม โซฟา โต๊ะ เก้าอี้.. แสงไฟในห้องนั้นมีแต่ แสงจากเปลวไฟสีฟ้า ที่ติดประดับอยู่บนผนังทั่วห้อง..

 

 

[ ครืน...ฟูบ... ]

 

 

     หมอกสีดำผุดขึ้นมาจากพื้นในห้องและปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น เป็นทรงกลมเหมือนโดม.. สักพักหนึ่งหมอกสีดำก็จางหายไปปรากฏรางของหญิงสาวปีศาจ และชายหนุ่มที่ได้รับ ขนานนามว่า "ราชันย์ดาบ" ขึ้นมาใจกลางหมอกสีดำ..

 

 

"...ที่นี่มัน..."

"เป็นมิติที่นายท่านของดิฉันสร้างขึ้นมาค่ะ... พวกเราเรียกมันว่า [ สวนแห่งวิญญาณ ]"

“สวนแห่ง...วิญญาณ.. ?”

“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ..นายท่านรออยู่อีกห้องค่ะ..”

    

 

     หญิงสาวเอ่ยเรียกความสนใจจากชายหนุ่มที่กำลังกวาดสายตามองสำรวจทั่วห้อง และเดินออกจากห้องนำทางเขาไปพบกับเจ้านายของเธอ  โดยที่ประตูบานใหญ่เปิดทางให้เธอเองโดยอัตโนมัติ  ชายหนุ่มเองหยุดนิ่งคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า "สวนแห่งวิญญาณ" กับ บรรยากาศหนาวเหน็บของที่นี่อยู่ได้ระยะนึงก่อนจะเดินตามไปหญิงสาวไป

 

     หลังออกจากห้องโถงใหญ่ที่เขามาถึงตอนแรก กลายเป็นทางเดินตรงยาว ที่มีพรมสีดำปูยาวเป็นเส้นตรง กับเปลวไฟสีฟ้าที่ติดอยู่บนผนังทั้งสองด้านตลอดทาง.. ถึงจะมีหน้าต่าง แต่ก็ไม่สามารถมองผ่านไปด้านนอกได้ เห็นแต่เพียงสีดำทมิฬอยู่ทุกบาน..

 

 

[ ฟุบ... วาบ !! ]

 

[ กรึกๆ.. แอต..... ]

 

 

     สุดทางเดินยาวเป็นประตูขนาดใหญ่ มีอาคมเวทย์สลักอยู่พร้อมกัน อัญมณีสีม่วงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางประตู.. หญิงสาวเดิน(ลอย) มาหยุดตรงหน้าประตูก่อนที่เธอจะนำมือทั้งสองข้างวางบนอัญมณีสีม่วงขนาดใหญ่ ทันใดนั้นแสงสีม่วงก็พุ่งออกมาจากอัญมณีนั้น หลังจากนั้นประตูก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆ.. ชายหนุ่มมองผ่านเข้าไปในห้องเห็นเพียงความมืดกับไอหมอกสีดำมัวๆ ที่ปกคลุมไปทั่วห้องนั้น..

 

 

“เชิญค่ะ… นายท่านต้องการพูดคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวค่ะ...”

“....”

 

[ แอต.... ตึง..! ]

 

 

     หญิบสาวผงกหัวรับคำสั่งจากคนเป็นนาย ก่อนจะหันหลังกลับมากล่าวกับชายหนุ่ม พร้อมกับโค้งคำนับและหลีกทางให้ชายหนุ่มเข้าไปภายในห้อง  ร่างของชายหนุ่มค่อยๆคลื่นกายเข้าไปภายในห้องอย่างช้าๆ.. เมื่อเขาเดินเข้ามาจนพ้นประตู..ประตูบานใหญ่นั้นก็ปิดตัวเองลงอัตโนมัติ..

 

     เมื่อประตูปิดลง เปลวไฟสีฟ้าทั่วห้องก็จุดขึ้นพร้อมกันทันที..  ภายในห้องเป็นเพียงห้องโล่งๆ มีพรมปูยาวไปเป็นเส้นตรง ด้านหน้าเป็นบัลลังก์สูง เมื่อเขาแหงนมองขึ้นไปพบเงาของบุคคลคนหนึ่ง.. กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น..แต่เขามองเห็นหน้าไม่ชัดเพราะมันมืดมาก

 

 

“ขอต้อนรับ..ท่านราชันย์ดาบ.. ต้องขออภัยด้วยที่ตามตัวท่านมากะทันหันเช่นนี้..”

“… เจ้ามีธุระอะไรกับข้า ? ”

 

[ ครึกๆ..กึก.. ]

 

“คิกคิกคิก... อย่าพูดแบบนั้นสี๊~ เชิญท่านนั่งลงก่อนเถอะ”

 

 

     เสียงเชื้อเชิญของผู้อยู่บนบัลลังก์สิ้นลง หมอกสีดำก็ผุดขึ้นมาบริเวณที่ชายหนุ่มยืนอยู่ ก่อนที่มันจะรวมตัวกันกลายเป็นเก้าอี้ในที่สุด..  จากเสียงที่ชายหนุ่มได้ยิน เป็นน้ำเสียงของสตรีเพศ อย่างแน่นอน... เขานั่งลงบนเก้าอี้นั้นแล้วเอ่ยถามนาง... 

 

 

“... เจ้ามีธุระอะไรกับข้าก็รีบว่ามา ข้าไม่ชอบบรรยากาศที่นี่เท่าไหร่นัก...”

“คิกคิก.. ไม่น่ารักเลยนะ ท่านราชันย์ดาบ.. ข้าอยากจะคุยกับท่านนานๆ~”

“ถ้าเจ้าไม่รีบพูดธุระของเจ้า ข้าจะทำลายมิตินี่ออกไป !”

“... คิคิ... ท่านนี้ใจร้อนจริงๆนะ..  งั้นเอาแบบรวบรัดเลยแล้วกัน !!”

 

 

     ในช่วงสุดท้ายของคำพูดของหญิงสาว เธอเน้นน้ำเสียงแข็ง แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งออกมาจากตัวของหญิงสาว.. อีกทั้งแรงกดดันมหาศาลจนเหมือนตัวเขาหนักอึ้ง..

 

 

“ท่านราชันย์ดาบ... ท่านสนใจจะ... มาเป็น [ทาส] ของข้าไหม ?”

“...ขอปฏิเสธ..!”

 

“...”

 

 

     ชายหนุ่มตอบปฏิเสธในทันทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวประหลาดใจ ยิ่งไกว่านั้นเธอกลับมีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏออกมาบนใบหน้า..

 

 

“เอาน่า ท่านราชันย์ดาบ.. ลองฟังข้อเสนอของข้าก่อนก็แล้วค่อยตัดสินใจก็ไม่สายนะ~♥”

“ข้าไม่มีวันไปเป็นทาสของเจ้าอย่างแน่นอน..! หมดธุระไร้สาระของเจ้าแล้วใช่ไหม ข้าจะกลับ !!”

 

 

     ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่นก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปที่ประตูทางออก.. แต่ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาว ทำให้เขาหยุดชะงักลง..

 

 

“ชาร์ป เอดจ์…”

“!!!...”

 

“ว่าไง... ได้ยินชื่อนี้ท่านคงสนใจจะคุยกับข้าแล้วละสิ.. ท่านโซล รีพเปอร์ (Soul Reaper)”

“นี่เจ้า...”

 

 

 

..

 

 

 

     ณ ทวีปเบอร์มีเซีย.. Marsh of Oblivion..

 

 

[ โกร๋ว !!~*  ]

 

 

     เสียงร้องคำรามของโทรล์ร่างยักษ์ ดังกึกก้องไปทั่วป่า..  ท้อฟ้าเริ่มมืดครึ้ม.. ประกายแสงแปล๊บๆ นั้นบ่งบอกว่า พายุกำลังเริ่มก่อตัวแล้ว..

 

 

“เสียงดังหนวกหูจริงๆ..”

 

 

     ลากูน่าบ่นพึมพำออกมาขณะที่เขากำลังใช้มือลูบๆใบดาบของเค้าอย่างเบามือ  โดยมี หญิงปริศนา นาม นาตาชา ลาวิเดส ( Natacha Larvides) คอยปฐมพยาบาลให้เฟท อยู่ใกล้ๆ

 

 

[ แกร๊กๆๆ... ตึ้ง !! ]

 

“...”

 

 

     ต้นไม้ใหญ่ข้างกายของโทรล์ถูกหักโค่นลงมาเพื่อเป็นอาวุธโจมตีของมัน.. โทรล์ง้างแขนเตรียมจะขว้างลำต้นของต้นไม้ใส่ลากูน่า ซึ่งอยู่ในแนวระนาบเดียวกับ เฟทและนาตาชา

 

 

[ วูบ.. ]

 

[ ฉั่วะๆๆ ๆๆๆๆ ๆ !! ตู้ม !! ]

 

 

     เมื่อท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกโยนมาโจมตีใส่ลากูน่า.. เขาหยุดกิริยาบททั้งหมดก่อนจะตั่งท่าเหมือนกำลังจะชักดาบ เวลาต่อว่า ท่อนไม้ขนาดใหญ่ก็แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะการตวัดดาบฟันด้วยความเร็วสูงของลากูน่า ทำให้เฟทและ นาตาชา ที่อยู่ด้านหลังไม่ได้รับบาดเจ็บไม้แต่น้อย..

 

 

“นี้ !!~ ทำไมไม่สู้ ถ้าเป็นนายเอาชนะได้ไม่ยากไม่ใช่หรอ !!?”

“อ๋า อย่าขยับตัวสิค่ะ กำลังรักษาอยู่นะ ..”

 

 

     เฟท เริ่มตะโกนประท้วงขึ้น.. เมื่อลากูน่าเอาแต่ตั่งรับไม่ยอมบุกหรือโจมตี โทรล์เสียที  ทั้งๆที่ถ้าเขาเอาจริงก็สามารถล้มมันได้ง่ายๆไปแล้ว... เธอคิดเช่นนี้นะ...

 

 

“คนที่จะจัดการมัน ไม่ใช่ฉันหรือพวกเธอ..  อยู่นิ่งๆ แล้วอย่าส่งเสียดัง รำคาณ !!

“งะ..”

“เห็นไหมค่ะ โดนดุแล้ว”

 

 

     เฟท สะดุ้งและตัวสั่นทันที เมื่อความอดทนของลากูน่าพุ่งขีดสุด เขาตะคอกใส่เฟท พร้อมส่งแรงกดดันใส่เธอ จนเธอต้องยอมนั่งนิ่งๆให้นาตาชาใช้เวทย์รักษาสภาพร่างกายให้แต่โดยดี... ส่วนตัวเขายังยืนอยู่ที่จุดเดิมและมองดูรอบข้างเหมือนเขากำลังหาอะไรบางอย่างอยู่..

 

 

[ แซกๆๆ ]

 

“เจอแล้วๆ !! โทษทีๆกว่าจะตามรอยมาถึงนี้ลำบากเอาการิ ป่านี้มันรกกว่าที่คิดซะอีก ”

“..หึ..”

 

 

     พุ่มไม้ข้างๆของลากูน่าเกิดการสั่นไหวขึ้น ก่อนที่ร่างของอัลที่แบกเลโอ และซิลเวอร์ไว้บนบ่า (+ท็อดที่เกาะหัว) จะวิ่งออกมาด้านหน้าของลากูน่า..

 

 

“นังหนูนั้นผ่านแล้วสินะ ?”

“ก็อย่างที่บอก.. ทดสอบเจ้าหนุ่มทั้งสองคนนั้นด้วยการให้สู้กับ เจ้านั้นก็ดี”

“โอ๋ !!~  ท่าทางจะหินเอาเรื่องเหมือนกัน.. เอ้าเจ้าพวกตูดหมึก ไปลุยได้แล้ว !!”

 

 

     อัลวิเคราะห์รูปร่างของโทรล์เสร็จแล้ว ก็โยนร่างของ ซิลเวอร์และเลโอ ลอยละลิ้วไปตกตรงหน้าของโทรล์

 

 

“อู๊ยซ์~ เจ็บๆๆ.. แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น..?”

“แอ๊...”

“ซิล เลโอ ข้างบนโฮ่ง !!?”

“หะ!!? /เอ๋ ??”

 

[ ตู้ม !!!~ ]

 

 

     ซิลเวอร์ , เลโอ กระโจนตัวหลบฝ่ามือของโทรล์ที่ตบลงใส่พวกเขาได้ทันท่วงที เมื่อท็อดที่ประสาทสัมผัสไว ตะโกนบอกพวกเขา

 

 

“เฮ้ยยยยย~~ พวกแก !!~ ถ้าเอาชนะเจ้าตัวโตนั้น ไม่ได้พวกเอ็งเตรียมตัวโดนตูแดร๊ก ได้เลย !!~”

“!!!?? *3”

 

 

     เสียงตะโกนของอัลทำให้ทั้งสองคน ยืนนิ่งไม่ไหวติงในทันที.. บรรยากาศรอบข้างมืดมนขึ้นทันตา  มีเพียงท็อดเท่านั้นที่ยังปกติ เพียงแต่ยืนงง กับท่าทีของ ซิลเวอร์ และ เลโอ    

 

 

“...ทะ.. ท็อด.. โหมดดาบ Murasame !!”

“อะ !? โอ๋”

 

[ วิ้ง~~ วู๊บ ]

 

 

     ท็อดสะดุ้งกับน้ำเสียงของ ซิลเวอร์ที่เปลี่ยนไปกะทันหันเป็นน้ำเสียงจริงจัง  ก่อนจะกระโจนตัว เปลี่ยนรูปร่างตัวเองเป็นดาบ ในมือซิลเวอร์

 

 

“เลโอคุง...”

“ครับ.. ผมรู้แล้ว..”

 

 

     ซิลเวอร์ และ เลโอ ตอบสนองกันด้วยน้ำเสียงจริงจังและแน่วแน่.... สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่โทรล์ พร้อมกับความรู้สึกมุ่งมันที่..

 

 

“การต่อสู้ครั้งนี้.. ”

“..พวกเรา..”

 

จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด !! *2”

 

 

     ทั้งคู่กู่ร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะพุ่งเข้าไปประจันหน้ากับโทรล์

 

 

 

“โหว... ได้ผลกว่าที่คิดแหะ... เรานี้ก็ฉลาดเหมือนกันแหะ...”

“เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร ?”

“หะ ? ก็ที่ชั้นขู่พวกมันไปไงเล่า..”

“หือ.. ข้าก็นึกว่านั้นเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้าซะอีก..”

“ใช่ซะที่ไหนฟ๊ากกก !! ตูชายแท้ทั้งแท่งนะเว้ยยยย แล้วทำไมต้องถอยห่างตูขนาดนั้นด้วยฟ๊า !!!!?”

 

 

     อือม์.. ที่อัลขู่ ซิลเวอร์และเลดอไปคือ “ถ้าไม่ชนะโดนแดร๊ก” บางท่านอาจไม่เข้าใจ..  กรณีนี้หมายถึงว่า ถ้าสมมุตพวกเขาแพ้.. อาจต้องเสียพรมจารีให้กับ อัล ก็ได้.. ประมาณนี้.. มั้งนะ..

 

     ลากูน่าที่คุยอยู่กับอัลก็ค่อยๆ เว้นระยะห่างไปเรื่อยๆ.. เพราะเขาเองก็กลัวจะเสียเชิงชายเช่นกัน (อุฮา - -)

 

 

“ตูแต่คิดว่า ถ้าขู่มันด้วยสิ่งที่ชายทุกคนกลัว มันก็จะเอาจริงสู้กับ เจ้านั้น(โทรล์)ก็ได้ไง !!?”

“..ข้าเข้าใจแล้ว อย่าเข้ามาใกล้ข้าก็พอ..”

“บอกว่าตูไม่ช่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!~”

 

 

 

..

 

 

 

 

     ขณะเดียวกัน.. อีกด้านหนึ่งของชายป่า..

 

 

[ ฟู๊ว..! ตุ้ม ]

 

 

     ร่างของชายหนุ่ม 3 คนลอยลงมาจากฟ้าตกลงมาเป็นก้อนแสงสีขาว.. ปรากฏร่างของชายหนุ่มเอลฟ์ผมสีส้ม ถือขวานขนาดใหญ่พอๆกับตัวไว้บนบ่า  อีกคนเป็นชายหนุ่มผมสีแดง ใบหน้ามีพลาสเตอร์ติดอยู่บนจมูก ดวงตาสีเหลือง.. และคนสุดท้าย เป็นชายหนุ่มที่ดูสูงวัยกว่าสองคนแรก นัยน์ตาและผมสีนิล สะพายดาบไว้ที่เอว..

 

 

“แค่มาจับตัวผู้หญิงคนเดียว แค่ชั้นคนเดียวกพอม้าง~”

“ก็อยากจะอยู่ประจำการที่นู้นอยู่หรอกนะขอรับ แต่มาสู้ที่นี่น่าจะสนุกกว่า”

 

 

     หนุ่มเอลฟ์และเพื่อนชายผมแดง สนทนากันพลางมองรอบๆป่า

 

 

“แล้วปู่หละ ?”

“สำหรับข้าไม่มีอะไรพิเศษหรอก แค่มาตามหาของที่เคยทำหายอะนะ ฮ่าๆ..”

“อะไรหายหรอปู่ ? *2”

“... เศษอัญมณีแห่งวิญญาณ( Soul Gem ) ไงละ”

“เอ๋.. ไม่ยักรู้ว่าปู่เลยมีของแบบนั้นด้วยน้า”

“งานนี้เราจะ แยกกันตามหาเจ้าหญิง หรือจะเกาะกลุ่มกันไปดีละ ?”

“ชั้นว่าอยู่ด้วยกันดีกว่า ถึงป่านี้ชั้นจะรู้จักดี แต่นายกับปู่ดีไม่ดีจะหลงทางได้นา”

“ตกลงตามนั้นก็ไปเลยกัน !!~”

 

 

[ ฟุบๆๆ ]

 

 

     เมื่อทั้งสามตกลงกันได้ ร่างของ หนุ่มเอลฟ์และเพื่อนก็หายไปจากจุดนั้น เหลือเพียง ชายหนุ่มผมดำที่ยืนเกาหัวพลางคิดอะไรอยู่

 

 

“เฮ้อ... ( ถ้าเศษเสี้ยวของ Soul Gem ทำปฏิกิริยาและหลอมรวมกับสัตว์อสูรแถวๆนี้ละก็.. ได้เกิดเรื่องยุ่งยากอีกแน่ๆ..  )”

 

 

     ชายหนุ่มถอนหายใจ อย่างหน่ายๆ พลางคิดว่าสิ่งที่เขาคาดไว้มันจะไม่เกิดขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวตาม เพื่อนทั้งสองไปโดยไม่ทันรู้ว่ามีใครแอบมองพวกเขาอยู่...

 

 

“... คนพวกนั้น... เป็นใครกันนะ..”

 

 

     วาเรีย ที่บังเอิญผ่านมาพบแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ โดยที่มือเรียวของเธออุดจมูกและปิดปากของโฟล์ไว้ไม่ให้ส่งเสียง

 

 

“อู๊ๆๆ !!~”

“น่าสงใสชอบกล... โฟล์ตามคนพวกนั้นๆไปอย่าไปคาดสายตานะ..”

“ปู๊ ปะ อ๋อง อู้ !!~ ( ปล่อยผมก่อนจิก๊าบบบบ )”

 

 

     วาเรียปล่อยโฟล์ ก่อนจะกระโจนตัวขึ้นกิ่งไม้ และกระโดดข้ามไปแต่ละต้นตาม บุคคลต้องสงใสทั้งสามไป โดยที่ทิ้งให้โฟล์หอบหายใจอยู่บนพื้น.. (โดนทิ้ง)

 

 

 

..

 

 

 

     ณ ปราสาทคานาวาน ( Kanavan Castle )

 

    

[ ครืน... ครืน... ]

 

 

     ท้องฟ้าเริ่มแผ่เสียงร้อง  เมฆสีดำเคลื่อนตัวเร็วขึ้น..  ประชาชนชาวบ้านทั่วไปเริ่มปิดบ้าน ล๊อคประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันพายุที่กำลังจะมา  โดยที่ไม่รู้ว่า มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา

 

 

“แหม๋ ที่นี่ยังไม่เปลี่ยนไปเลยน้า~* รู้สึกเสียใจนิดๆแหะ ที่ต้องทำลายมันทิ้ง ทั้งเมืองนี้ และปราสาทนี่~”

“นี้เป็นงาน.. แค่ทำให้สำเร็จก็พอ คงเข้าใจนะ.. อาเม่..”

“ค้าๆ เข้าใจแจ่มแจ้งแดงแจ๋เจ้าค่ะ คุณพี่โรแนน ที่รักเจ้าค๋า~♥”

 

 

     บนเมืองก่อนเข้าถึงตัวปราสาท  มังกรตัวใหญ่กำลังบินอยู่เหนือเมือง บนแผ่นหลังของมันมีชายหนุ่มและหญิงสาวอีกสองคน กำลังตกลงวางแผนกันอยู่

 

 

“แล้วจะเอายังไง  ลุยเลยดีไหม ?”

“ทำเหมือนที่เคยทำตอนซิลเวอร์แลนด์.. รอให้อาเม่ร่ายเวทย์ทำลายทางออกของปราสาท แล้วลุยไปจัดการกับผู้นำและราชินี...”

“อืมๆ ยัยเม่ !!~ จัดการเลย !!?”

“อย่ามาทำเป็นสั่งฉันนะยะหลอน ไม่ต้องบอกก็ทำอยู่แล้ว !!~ เวทย์ฝนดาวตก !!~”

 

[ Meteor ]

 

 

[ ครืน.... ]

 

 

     ลำแสงสีส้มพุ่งออกจากคทาของหญิงสาวผมม่วง ขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่ ท้องฟ้าจะ บิดเบี้ยว เป็นวงกลมเหมือนน้ำวน..  ใจกลางวังวนนั้น มีแสงสีส้มส่องสว่างปรากฏออกมา...  ชายหนุ่มผมน้ำเงิน ก้มหน้าสลดลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอ่ยบางอย่างขึ้นเบาๆ...

 

 

“...จบสิ้นแล้วสินะ... Kanavan…”

 

 

 

ตอนที่ 8 :: เงามืดที่กลืนกินแสงสว่าง...

 

Coming Soon…

edit @ 6 Nov 2011 18:33:03 by [N]anoha